เบเกอรี่ (Bakery)
ความเป็นมาของเบเกอรี่
เบเกอรี่ (Bakery) ให้มาเป็นก้นโปร่งฟูขึ้นและเตาอบชนิดนี้แบ่งเป็น 2
1 ปอนด์ต่อมาในสมัยโรมันและก็พัฒนามาเรื่อยจนถึงศตวรรษที่ 13 20 พ.ศ. 2230 จากจดหมายเหตุของนักบวชชาวฝรั่งเศส คือโดยแบ่งเป็น 4 ประเภทใหญ่ ๆ
1. ขนมปัง (ขนมปัง) ๆ เช่นนมไข่น้ำตาลผลไม้ ได้ตามปริมาณของไขมันดังนี้
1.1 ขนมปังที่มีปริมาณไขมันต่ำ 0-3 เปอร์เซนต์เช่นดินเนอร์โรลขนมปังฝรั่งเศส
1.2 ขนมปังที่มีปริมาณไขมันปานกลาง 3-6 เปอร์เซนต์ ได้แก่ ขนมปังจืดขนมปังแซนด์วิชขนมปังหัวกะโหลกชนิดจืด
1.3 ขนมปังที่มีปริมาณไขมันสูง 6 -12 เปอร์เซนต์ ได้แก่ ขนมปังหวานชนิดที่มีไส้ขนมปังที่มีเนื้อนุ่มเช่นซอฟบันขนมปังไส้ต่างๆขนมปังแฮมเบอร์เกอร์ขนมปังลูกเกด
1.4 ขนมปังที่มีปริมาณไขมันสูงมาก ๆ 12 - 24 เปอร์เซนต์ ได้แก่ ในปริมาณสูงเช่น
- โดนัทยีสต์ ได้แก่ โดนัทไส้ต่างๆ
- โรลชนิดต่างๆเช่นชีสโรล - เดนนิสเพสตรี้ เป็นขนมปังที่ใช้ยีสต์เหมือนขนมปังแต่ใช้เนยเพสตรี้ห่อในการทำให้เกิดชั้นของขนม
2. คุ้กกี้ (Cookies) แบ่งได้ 4 ชนิดคือ
2.1 คุ้กกี้หยอดเป็นคุ้กกี้ที่มีรูปร่างไม่คงที่ใช้ช้อนตักหยอดเป็นรูปต่างๆ เช่นเดียวกันตกแต่งหน้าด้วยเชอรี่หรือลูกเกดเช่นคุ้กกี้นมสด
2.2 นิยมใช้ 2 ๆ ตามขวาง
2.3 คุ้กกี้กดเป็นคุ้กกี้ที่มีความเข้มข้นมากคล้ายเค้กวิธีทำรูปร่างอาจใช้กระบอกคุ้กกี้หรือผ่านหัวบีบลักษณะต่างๆตกแต่งหน้าด้วยผลไม้เชื่อมแห้งเช่นคุ้กกี้เนยคุ้กกี้กาแฟ
2.4 คุ้กกี้แท่งทาหน้าด้วยไข่ เช่นคุ้กกี้ฟินแลนด์คุ้กกี้สิงคโปร์
3. เค้ก (เค้ก) วัตถุดิบที่ใช้ในการทำเค้ก ได้แก่ 3 ประเภท
3.1 เช่นเค้กผลไม้ช็อกโกแลตเค้ก
3.2 เค้กไข่เป็นเค้กที่ไม่มีไขมันในส่วนผสม เช่นสปันจ์เค้กแยมโรลแองเจิ้ลฟู้ดเค้ก
3.3 ชิฟฟ่อนเค้กคือ
4. เพสตรี้ (ขนม) แป้งสาลีไขมันน้ำเกลือไข่มี 2 ชนิดคือพายร่วนและพายชั้น